หลังรัฐบาลเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” หลายคนเริ่มรีบลงทะเบียนผ่านแอป “เป๋าตัง” เพื่อรับสิทธิวงเงินสูงสุด 4,000 บาท แต่สิ่งที่หลายคนยังเข้าใจผิด คือ “วิธีใช้สิทธิให้คุ้มที่สุด” เพราะหากใช้ไม่ถูก อาจเสียโอกาสรับเงินช่วยเหลือจากรัฐแบบเต็มจำนวนได้
โครงการนี้รัฐบาลช่วยจ่าย 60% ส่วนประชาชนจ่ายเอง 40% โดยรัฐช่วยสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน และให้วงเงินเดือนละ 1,000 บาท ระหว่างเดือนมิถุนายน–กันยายน 2569
สูตรใช้สิทธิแบบ “คุ้มสุด” คืออะไร?
หลายคนคิดว่า ซื้อยิ่งเยอะยิ่งคุ้ม แต่จริงๆ แล้ว จุดที่คุ้มที่สุด คือ “ยอดซื้อประมาณ 333 บาทต่อวัน”
เพราะระบบจะคำนวณดังนี้
- รัฐช่วย 60% = 200 บาท
- ประชาชนจ่ายเอง 40% = ประมาณ 133 บาท
ซึ่งเป็น “เพดานสูงสุด” ที่รัฐช่วยต่อวันพอดี
ถ้าซื้อเกิน 333 บาท ส่วนที่เกินประชาชนต้องจ่ายเองทั้งหมด ไม่มีรัฐช่วยเพิ่ม หลายคนจึงเผลอใช้เงินเกินโดยคิดว่ารัฐยังช่วยอยู่
ความเข้าใจผิดที่หลายคนพลาด
หนึ่งในเรื่องที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด คือ “เงินเหลือจะทบเดือนหน้า”
แต่ความจริง วงเงินสิทธิจะ “ไม่ทบ” หากใช้ไม่หมดภายในเดือนนั้น ระบบจะรีเซ็ตใหม่ทุกวันที่ 1 ของเดือน
เช่น
- เดือนมิถุนายนใช้ไม่ครบ 1,000 บาท
- เงินที่เหลือจะหาย ไม่สะสมไปกรกฎาคม
หลายคนจึงเริ่มวางแผนใช้สิทธิแบบค่อยๆ ใช้ทุกวัน เพื่อไม่ให้เสียวงเงินฟรี
ซื้ออะไรได้บ้าง?
สินค้าที่ร่วมโครงการส่วนใหญ่จะเน้นของจำเป็น เช่น
- ร้านอาหาร
- ร้านเครื่องดื่ม
- ร้านโชห่วย
- ร้านธงฟ้า
- ร้านขายของชำ
- บริการขนส่งบางประเภท
ส่วนร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านเสริมสวย บางส่วนอาจไม่เข้าร่วมในรอบนี้ เพราะรัฐบาลเน้นช่วยค่าครองชีพด้านปากท้องเป็นหลัก
อยากใช้ให้คุ้ม ต้องทำยังไง?
หลายคนเริ่มแชร์เทคนิคใช้สิทธิให้คุ้ม เช่น
- ใช้ซื้อของจำเป็นทุกวัน
- แบ่งใช้วันละประมาณ 333 บาท
- เติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้า
- เช็กว่าร้านเข้าร่วมโครงการจริงหรือไม่
- ใช้ก่อนสิ้นเดือนเพื่อไม่ให้สิทธิหาย
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ยังสามารถใช้กับฟู้ดเดลิเวอรี่บางแพลตฟอร์มได้อีกด้วย
ใครไม่มีสิทธิ?
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะไม่ได้รับสิทธิ 60/40 แต่รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินในบัตรให้แทน จากเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือนอัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
สรุป
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” จะคุ้มที่สุด หากเข้าใจวิธีคำนวณและวางแผนใช้สิทธิให้ถูก โดยเฉพาะเรื่องเพดาน 200 บาทต่อวัน และการที่วงเงินไม่ทบเดือนถัดไป
ใครที่ใช้สิทธิแบบค่อยๆ วางแผนซื้อของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ก็สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทตลอดโครงการ