จากการทดสอบพบว่า Chrome กิน RAM มากกว่า Safari เป็น 10 เท่าบน macOS

ในฐานะผู้ใช้งานทั่วไปอย่างเรา ๆ ต่างก็มักจะใช้เว็บเบราว์เซอร์จาก Google อย่าง Chrome ที่ได้รับความนิยมในวงกว้างกันอยู่แล้วก่อนที่ Microsoft Edge จะเดินทางมาถึง เป็นเรื่องที่รู้กันดีกว่า Chrome นั้นใช้ทรัพยากรเครื่องที่มากพอสมควร ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนโลกของการเข้าเว็บไซต์ให้เร็วและลื่นไหลมากขึ้น แต่สเปกของเครื่องที่ใช้คงต้องแรงอยู่สักหน่อย ไม่อย่างนั้นอาจทำให้การใช้งานติดขัด บางทีก็อาจทำให้ค้างจนเกิดอาการ Crash ไปเลยก็เป็นได้

ด้วยความที่อยากรู้ว่าการใช้งาน Chrome บนระบบปฏิบัติการ macOS จะดีแค่ไหน ใช้ทรัพยากรไปมากเท่าไหร่ พอที่จะสู้เว็บเบราว์เซอร์เจ้าถิ่น อย่าง Safari ได้หรือไม่ บล็อก Flotato ได้ทำสองการทดสอบนระบบปฏิบัติการ macOS Big Sur เวอร์ชันล่าสุดแบบ Virtual Machine และบนเครื่อง MacBook Pro 16 นิ้ว RAM 32GB เพื่อดูว่าแต่ละเว็บเบราว์เซอร์ใช้แรมไปเท่าไหร่ โดย Chrome และ Safari ที่ใช้ทดสอบจะไม่มีการติดตั้งส่วนขยายใด ๆ ทั้งสิ้น

Google Chrome

การทดสอบบน macOS Big Sur ที่เป็นแบบ Virtual Machine ก็เป็นรูปแบบทั่ว ๆ ไป คือการเปิดหน้าเว็บไซต์ Twitter แล้วเลื่อนขึ้นลงไปมา จากนั้นก็เปิด Gmail และเขียนอีเมล ส่วนการทดสอบบน MacBook Pro 16 นิ้วก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน ผลการทดสอบได้พบว่า Chrome ใช้แรมไปมากกว่า Safari ถึง 1GB ในขณะที่ Safari ใช้แรมไปแค่เพียง 80MB เท่านั้น โดยเมื่อเปิดแท็บเพิ่มขึ้นเป็น 54 แท็บ ก็พบว่า Chrome ใช้แรมไปมากกว่า Safari ถึง 24 เท่า เฉลี่ยแล้ว Chrome ใช้แรม 290MB ต่อหนึ่งแท็บ ส่วน Safari ใช้แรม 12MB ต่อหนึ่งแท็บเท่านั้น

Google Chrome

ถึงผู้ใช้งานและ Google เองจะรู้ถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี แต่มาจนถึงอัปเดตล่าสุด ปัญหาดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข คงต้องรอดูกันต่อไปยาว ๆ

You may also like...