จริงหรือ ? ‘ว่านชักมดลูก’ ก็มีอันตราย

จริงหรือ ? 'ว่านชักมดลูก' ก็มีอันตราย

คงจะจริงที่ว่า ‘เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก’ อาจไม่ใช่เรื่องการใช้ชีวิต แต่ก็คงจะเป็นเรื่องสุขภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยปัญหาเล็กๆ น้อยๆ มากมาย ยิ่งผู้หญิงทุกวันนี้ต้องทำงานตัวเป็นเกลียว ไม่ค่อยมีเวลาจะได้ดูแลตัวเอง ไหนเวลาพักผ่อนก็ใช้ได้ไม่มากเท่าที่ควร เมื่อร่างกายย่ำแย่ หรือมีปัญหาสุขภาพขึ้นมา กว่าจะได้ไปหาหมอก็ต่อเมื่ออาการเข้าขั้นหนัก ในระยะแรกก็ต้องหาทางประคองอาการกันไปก่อน ยาสมุนไพร เนี่ยแหละที่เป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คุณผู้หญิงเอามาใช้ดูแลร่างกาย เห็นได้บ่อยๆ ก็เป็น ‘ว่านชักมดลูก’ เพราะอย่างไร ความปลอดภัยก็่น่าจะมีมากกว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เนื่องจากมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ทั้งยังมีหลายยี่ห้อให้ได้เลือกบริโภค

แต่ ! รู้กันรึเปล่าว่า ‘ว่านชักมดลูก‘ ถึงแม้จะมีประโยชน์ใช้ในการบำรุงร่างกายของเราได้ดีขนาดไหน แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ จะต้องศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อนไปหามาบริโภคกันเพื่อความปลอดภัย

ทำความรู้จักกับ ‘ว่านชักมดลูก’

ว่านชักมดลูก เป็นสมุนไพรที่มีชื่อเรียกอย่างหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ว่านทรหด , ว่านชักมดลูกตัวเมีย หรือว่านหำหด มีลักษณะเป็นหัว หรือเหง้ารูปทรงรี มีคุณสมบัติที่ช่วยในการรักษาอาการที่เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของฮอร์โมนในเพศหญิง อาทิ ประจำเดือนมาไม่ปกติ , มดลูกพิการ , ขับน้ำคาวปลา , ปวดท้องประจำเดือน หรือรักษาอาการตกขาว ไปจนถึงรักษาอาการที่เกิดขึ้นได้ทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็น ริดสีดวงทรวาร , อาหารไม่ย่อย , ไส้เลื่อน หรืออาการปัสสาวะกะปริดกะปรอย เป็นต้น

‘อันตราย’ ที่มาพร้อมกับการบริโภค ‘ว่านชักมดลูก’

ว่านชักมดลูก เป็นพืชที่มีหลายสายพันธุ์ โดยจะแบ่งออกเป็นเพศผู้และเพศเมีย

ว่านชักมดลูกเพศผู้ จะมีลักษณะที่กลางใบเป็นสีแดง หัวกลมแป้น ก้านของช่อดอกยาว  มีแขนงที่ยาวและกว้างกว่า มีเนื้อในสีขาวออกนวลแกมเทาอ่อน หากทิ้งเอาไว้จะกลายเป็นสีชมพูเข้มคล้ายกับว่านชักมดลูกเพศเมีย สำหรับว่านชักมดลูกสายพันธุ์นี้ ไม่มีประโยชน์ในการนำเอามารักษาอาการใดๆ ที่เกิดจากฮอร์โมนเพศหญิง ทั้งยังมีพิษต่อตับ  ม้าม และไต

ว่านชักมดลูกเพศเมีย จะมีลักษณะที่เส้นกลางใบเป็นสีเขียว มีก้านช่อดอกสั้น แขนงสั้น หัวกลมรีตามแนวตั้ง มีเนื้อในออกขาวนวลแกมชมพูระเรื่อ เมื่อทิ้งเอาไว้จะกลายเป็นสีชมพูเข้ม มีสรรพคุณใช้ในการรักษาอาการผิดปกติของฮอร์โมนเพศหญิง หรือเอสโตรเจน รวมถึงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านอาการอักเสบได้อีกด้วย

และเนื่องด้วยการแยกเพศของว่านชักมดลูกนั้นทำได้ยาก จึงเป็นไปได้ว่าผู้ผลิต หรือผู้บริโภคก็อาจจะแยกแยะสายพันธุ์ของว่าชักมดลูกไม่ถูกต้อง เมื่อนำเอามาบริโภคจึงอาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงต้องศึกษาหาข้อมูลก่อนไปซื้อหามาบริโภคกันให้ดี แนะนำว่า หากบริโภคยาว่านชักมดลูกเข้าไปแล้วเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกาย แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยก็ขอให้หยุดและควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการ ที่สำคัญ อย่าลืมนำเอาตัวยาไปด้วย เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาอาการที่เกิดของแพทย์

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *